NEWS: รายงานชี้ หลายองค์กรในเอเชียควรผลักดันความเท่าเทียมทางเพศในบอร์ดบริหาร เพื่อรับมือกับวิกฤตโควิด 19 อย่างมีประสิทธิภาพ

by | Oct 23, 2021 | News

จากรายงานลำดับข้อมูลของหลาย ๆ บริษัทในแต่ละประเทศ ชี้วัดว่าโซนเอเชียยังขาดความเท่าเทียมทางเพศในที่ประชุมคณะบริหาร ในการจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งต้องการรวบรวมทักษะและภูมิหลัง เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ โดยสถาบัน CFA ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ในอเมริกาที่ให้การศึกษาด้านการเงินแก่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ได้ทำการสำรวจ 6 ประเทศ ในกลุ่มเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก พบว่ายังมีปัจจัยความไม่สมส่วนของกรรมการอิสระ โดยวัดจากค่าเฉลี่ยของระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งและความเท่าเทียมทางเพศในบอร์ดบริหาร
.
ทั้งนี้ ในหลากหลายประเทศยังมีความถดถอยจากค่าเฉลี่ยการเติบโตของตลาดในช่วงเวลานี้ เมื่อการประชุมคณะผู้บริหารมีความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้นในการต่อสู้กับความท้าทายใหม่ ๆ ทั้ง ความปลอดภัยด้านไซเบอร์ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
.
Mary Leung หัวหน้าผู้สนับสนุนสถาบัน CFA แห่งเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และการปกครองอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ หากคุณพบโอกาสที่ดีกว่าในรับมือกับวิกฤตโรคระบาด ซึ่งคณะกรรมการบอร์ดบริหารมักจะถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยง และฉันคิดว่าประเด็นทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องของความสดใหม่ในที่ประชุมบอร์ด ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการวางแผนรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างมั่นคง”
.
Mak Yuen Teen อาจารย์จากโรงเรียนธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่บอร์ดบริหารจะต้องมีความเท่าเทียมทางเพศในช่วงเวลาพิเศษแบบนี้ “เมื่อคุณต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน คุณอาจต้องการผู้คนที่มีมุมมองที่แตกต่างออกไปในการช่วยกันหาทางออก นั่นหมายความว่ากลุ่มของคุณยังไม่มีใครที่สามารถแก้ปัญหาในสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีพอ”
.
โดยสถาบัน CFA ได้จัดทำรายงานที่วิเคราะห์บอร์ดบริหารจัดการใน 6 ประเทศ ทั้งออสเตรเลีย ฮ่องกง อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยแต่ละประเทศมีข้อกำหนดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระที่ยาวนานแตกต่างกันไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่ขัดขวางความเท่าเทียมทางเพศในบอร์ดบริหาร เนื่องจากกรรมการส่วนใหญ่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อีกทั้ง Leung มีความคิดเห็นว่าการอยู่ในตำแหน่งกรรมการเป็นเวลานานเกินไปอาจทำให้พวกเขาไม่ได้พัฒนาทักษะใหม่ ๆ ในการบริหารองค์กรได้เท่าที่ควรจะเป็น
.
อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือการควบเก้าอี้บอร์ดบริหารที่มากเกินไปของกรรมการที่ทำหน้าที่บริหารพร้อมกันหลาย ๆ บริษัท เห็นได้ชัดจากการรับมือกับโควิด 19 ที่ต้องทุ่มเทกับการแก้ไขปัญหามากขึ้น ทำให้พวกเขาไม่สามารถโฟกัสกับงานในแต่ละบริษัทได้เต็มที่ โดยฮ่องกงเป็นประเทศเดียวที่มีอัตราการควบตำแหน่งของกรรมการมากที่สุด จากการวิเคราะห์ของ Bloomberg บริษัทที่ให้บริการด้านซอฟต์แวร์ทางการเงิน ในปี 2018 พบรายชื่อบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงถึง 113 แห่ง เมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์ในนิวยอร์ก ที่มีอัตราการควบตำแหน่งของกรรมการเพียง 39 แห่ง เท่านั้น
.
เห็นได้ชัดว่าการควบตำแหน่งที่มากเกินไปของกรรมการบริหารยังเป็นอุปสรรคในการผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศในบอร์ดบริหาร ซึ่งบางบริษัทสามารถอ้างเหตุผลในการรับคนเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ถือหุ้น ซึ่งมีอำนาจควบคุมกรรมการบริหาร โดย Leung กล่าวว่า “ปัญหาคือหลายบริษัทถูกควบคุมโดยกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่มาในรูปแบบผู้ก่อตั้ง ครอบครัว หรือรัฐบาล ไม่สำคัญเลยว่าคุณจะควบตำแหน่งบริหารกี่บริษัท เพราะถึงอย่างไรคุณก็ยังมีบทบาทหน้าที่ในบริษัทอื่น ๆ ของผู้ถือหุ้นเหล่านั้นอยู่ดี”
.
อย่างไรก็ตาม FactSet data ได้วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศภายในองค์กร พบว่าประเทศญี่ปุ่นมีผู้หญิงเข้ามาทำหน้าที่กรรมการในบอร์ดบริหารเพียง 6% ของจำนวนผู้บริหารทั้งหมดในปี 2020 ทั้ง ๆ ที่ญี่ปุ่นไม่ได้มีกฎหมายกำหนดสัดส่วนของผู้หญิงในบอร์ดบริหารเหมือนประเทศอื่น ๆ ขณะที่ฮ่องกงอยู่ที่อับดับ 2 จากทั้งหมด 6 ประเทศ ที่มีจำนวนผู้หญิงในบอร์ดบริหารต่ำที่สุด เพียง 13.3% ตามมาด้วยมาเลเซีย 24.4% และออสเตรเลีย 29.6%
.
โดยในรายงานฉบับดังกล่าวได้เตือนถึงการต่อต้านการทำงานแบบ box-ticking ด้วยการผลักดันให้มีผู้หญิงเข้ามาในบอร์ดบริหาร และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม ที่จะช่วยให้ผู้หญิงก้าวไปสู่ความสำเร็จในตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสได้ในที่สุด
.
นอกจากนี้ BoardReady องค์กรไม่แสวงหากำไรในเมืองซีแอตเทิล ได้เผยแพร่รายงานในเดือนกรกฎาคม พบว่ามีผู้หญิงเข้ามาบริหารในบริษัทขนาดใหญ่ 500 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ มากกว่า 30% และยังทำให้บริษัทมีรายได้เติบโตขึ้นในปี 2020 ในอันดับที่ 11 จากกลุ่มบริษัทที่มีรายได้ติดอันดับท็อป 15
.
นี่จึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเท่าเทียมทางเพศในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด 19 ที่มีประสิทธิภาพมากกว่ารูปแบบการบริหารในหลาย ๆ ประเทศ ที่ยังยึดข้อกำหนดแบบเดิม ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อ้างอิง: https://asia.nikkei.com/Business/Companies/COVID-19-adds-urgency-to-Asia-s-push-for-boardroom-diversity
ภาพจาก: pressfoto from freepik.com

Follow ข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่: https://youngprideclub.com/