NEWS: อดีตเลขาสื่อพรรครีพับลิกันเผย ‘มาเลเนีย ทรัมป์’ เคยไล่พนักงานออก หลังพบว่าเขาใช้แอป Grindr

by | Oct 16, 2021 | News

สเตฟานี กริแชม อดีตเลขานุการของสื่อมวลชน พรรครีพับลิกัน ยืนยันในหนังสือของเธอที่มีชื่อว่า ‘I’ll Take Your Questions Now: What I Saw in the Trump White House’ ถึงเหตุการณ์ที่อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง มาเลเนีย ทรัมป์ ได้ไล่พนักงานออก หลังจากพบข้อมูลบัญชี Grindr ของเขา ขณะที่มีการตรวจสอบความปลอดภัยโดยการเข้าถึงข้อมูลชั้นความลับ
.
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2018 ที่กริแชมทำงานในทำเนียบขาว ซึ่งเธอได้บรรยายตอนหนึ่งในหนังสือว่า “ประเด็นนี้มาจากการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเขา (ไม่ได้เปิดเผยว่าชายคนนั้นชื่ออะไร)” “เขาได้เดินออกจากทำเนียบขาว ซึ่งผู้หญิงคนหนึ่งในฝ่ายบุคคล ได้ทำตามคำสั่งของหน่วยสืบราชการลับติดอาวุธ โดยไม่มีการทบทวนใด ๆ อีกครั้ง”
.
หลังจากนั้นกริแชมได้พยายามค้นหาสาเหตุของการเลิกจ้างพนักงานรายนี้ และพบว่าเป็นเพราะเขาเข้าใช้แอป Grindr ซึ่งเป็นแอปนัดเดทหรือหาคู่นอนของคนรักเพศเดียวกัน “ใครก็ตามที่ได้ตัดสินใจให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวจนพบบัญชี Grindr ของเขา นั่นถือเป็นการสร้างความอับอายให้กับมิสซิสทรัมป์เป็นอย่างมาก”
.
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ตำหนิการไล่พนังงานออกครั้งนี้ว่ามาจากคำสั่งของ จอห์น เอฟ. เคลลี อดีตเสนาธิการทำเนียบขาว แต่เธอก็ยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับทีมของเขาเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ หลังจากเกิดเหตุการณ์ในตอนนั้น โดยเธอยืนยันว่าตัวเธอเองไม่สามารถข้ามผ่านระดับของความอคตินี้ไปได้เลย
.
“ถ้าใครสักคนถูกไล่ออกเพราะเป็นเกย์ที่มีบัญชี Grindr มันไม่เมคเซนส์เอาซะเลย” โดยเธอยังได้กล่าวถึงมิสซิสทรัมป์โดยตรงว่า การตัดสินใจไล่พนักงานออกขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเธอ “ทำเนียบขาวแห่งนี้เต็มไปด้วยคนคบชู้ และฉันก็เคยมีพฤติกรรมเมาแล้วขับมาแล้ว แต่ดูสิ เขาก็ยังให้ฉันอยู่ต่อไป แคร์ซะที่ไหนล่ะ”
.
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ความวุ่นวายที่มากจากการใช้งานแอป Grindr โดยในเดือนสิงหาคม สื่ออนุรักษ์นิยมได้ใช้ข้อมูลจากบัญชี Grindr ที่ทำให้พบผู้ใช้งานซึ่งเป็นนักบวชในโบสถ์คาทอลิกในจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้น จนนำไปสู่การลาออกของเลขาธิการแห่ง U.S. Conference of Catholic Bishops และในช่วงแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา มีผู้ใช้งาน TikTok รายหนึ่งได้ออกมาบอกว่าเขาใช้แอป Grindr ในการตามหานักกีฬาที่เป็นคนรักเพศเดียวกันจากหลาย ๆ ประเทศ จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเป็นอันตรายต่อตัวนักกีฬาที่ถูกเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศ
.
ยังไม่แน่ชัดว่า สิ่งที่กริแชมเผยในหนังสือของเธอ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่อต้าน LGBTQ+ จากทรัมป์หรือไม่ แต่มันได้สร้างความเสียหายให้กับมิตรภาพส่วนตัวของเธอ และเธอก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่จะออกมาพูดถึงการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุที่ดูจะสายเกินไปในครั้งนี้ โดยในวันสุดท้ายของการทำหน้าที่ผู้นำประเทศของทรัมป์ กริแชมเป็นพนักงานคนแรกที่ประกาศลาออก หลังจากเกิดเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งการลาออกของเธอได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของทรัมป์เล็กน้อย ก่อนที่เขาจะลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
.
โดยในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ เขาได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนถึงการต่อต้าน LGBTQ+ ทั้งการให้เงินทุนแก่บริษัทเอกชนขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ซึ่งบริษัทเหล่านี้อยู่ในกลุ่มที่เกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน การต่อต้านกฎหมายความเท่าเทียมทางเพศ และการห้ามคนข้ามเพศสมัครเข้าไปเป็นทหาร นอกจากนี้ในช่วงเกิดเหตุจลาจลที่รัฐสภา เขายังพยายามปฏิเสธผู้ลี้ภัย LGBTQ+ ชาวอิสลามที่ถูกตัดสินโทษประหารทางกฎหมายอีกด้วย
.
ถึงแม้ว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันได้เปลี่ยนกฎหมายคุ้มครอง LGBTQ+ แต่ผลกระทบจากสิ่งทรัมป์เคยกำหนดไว้ในช่วงดำรงตำแหน่งยังมีอยู่อีกมาก เห็นได้ชัดจากการที่เขาได้แต่งตั้งผู้พิพากษาในศาลสูงทั้ง 2 แห่ง นอกจากนี้ในรายงานเดือนมกราคมของกองทุนป้องกันและศึกษากฎหมายของแลมบ์ดา ที่ดูแลสิทธิของ LGBTQ+ ยังได้เผยว่าทรัมป์ได้แต่งตั้งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นจำนวน 230 คน ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งทางการเมือง 4 ปี ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าผู้พิพากษาที่ได้รับการแต่งตั้งเหล่านี้ล้วนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสิทธิของ LGBTQ+ โดยสิ้นเชิง
.
กริแชมยอมรับว่าในช่วงที่เธอเป็นลูกจ้างของทรัมป์ตั้งแต่ปี 2015 เธอได้มีส่วนในการรู้เห็นเป็นใจเกี่ยวกับการตัดสินใจของเขาที่เป็นอันตรายต่อชุมชน LGBTQ+ โดยเฉพาะการจัดการกับวิกฤตโควิด 19 ที่ส่งกระทบต่อชีวิตของกลุ่มความหลากหลายทางเพศอย่างไม่สมส่วน โดยเธอให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า “ฉันคิดว่าวิธีการจัดการโควิดเป็นโศกอนาถกรรม… ฉันเป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบนั้น และฉันจะไม่ให้อภัยตัวเอง ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะชดเชยสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้คนเหล่านั้นได้”
.
ดูเหมือนว่าความผิดของเธอที่เคยร่วมมือกับทรัมป์ยังไม่มีราคาที่ต้องจ่าย เท่าที่เราได้ทราบจากคำบอกเล่าในหนังสือของเธอ
.

อ้างอิง: https://www.them.us/story/melania-trump-office-allegedly-fired-gay-staffer-using-grindr
ภาพจาก: https://www.azcentral.com/story/news/local/arizona/2018/06/27/melania-trump-expected-arizona-tour-immigration-facilities/740467002/

Follow ข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่: https://youngprideclub.com/