OPINION: จะเป็นกะเทย ยังต้องสวยหรือต้องตลกป้ะ? คำถามที่เคยพบเจอสำหรับการเป็น “กะเทย”

by | Jul 5, 2021 | Article

การกดทับทางเพศด้วยวาทกรรม สำหรับเรามันมีมานานแล้ว สังคมแบบไทยๆ มักมองคนให้อยู่ในกรอบเพศหรือที่เรียกว่า Sexual Stereotype ที่เป็นเหมือนการคัดสรรทางทัศนคติ และมองคนผ่านเพศสภาพ จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนเองก็เคยถูกวาทกรรมพวกนี้เล่นงานอยู่เหมือนกัน ทั้งที่บ้าน และในโรงเรียน คำพูดเชิงคำถามที่เจอบ่อย ก็มักจะเป็นเรื่องที่เราไม่สวยเหมือนทรานส์คนอื่น “ทำไมถึงไม่มีผมยาว ทำไมถึงไม่แต่งหน้า ทาปาก” ซึ่งเรามองว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเป็นทรานส์เลยจริงๆ แต่เมื่อมีคนพูดถึงมากเข้า ก็กลายเป็นคำพูดติดปาก สร้างปมให้เราซะงั้น มันเลยเปลี่ยนมุมมองของเรา ว่าสุดท้ายทรานส์ก็จะถูกทำให้เป็นคน “ต้องสวย” เป็นคำพูด แฝงไปด้วยแรงกดทับ ซึ่งผู้ที่หลุดกรอบวาทกรรมเหล่านี้ ก็จะถูกมองด้วยสายตาที่เป็นอื่น นอกจากการเป็นทรานส์วูแมน

สื่อสร้างภาพมากกว่าสร้างสรรค์ สร้างภาพจำและความนิยมของทรานส์ การทำซ้ำของสื่อถือปัญหาใหญ่ และปัญหาหลัก ในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ สำหรับสื่อไทย แน่นอนว่าเราได้เห็นตัวละครที่เป็น “ทรานส์วูแมน” ผ่านตามาพอสมควร แต่ตัวละครที่เป็นทรานส์วูแมนดูเหมือน“จะมีมากแค่จำนวน แต่ไม่หลากหลายแง่มุม” วิถีชีวิตเพียงเศษเสี้ยวไม่กี่ด้านของทรานส์วูแมนทที่ถูกนำเสนอและฉายขึ้นบนจอแก้ว โดยมากแล้วภาพยนต์หรือซีรีย์สัญชาติไทย มักจะนำเสนอทรานส์วูแมนให้อยู่ในบทบาทของผู้ที่ต้องสร้างความเฮฮา และเสียงหัวเราะ หรือกรี๊ดกร๊าดโวยวาย ดังที่พบในหนังและซีรีย์ไทยหลายๆ เรื่องอย่าง หอแต๋วแตก ไดอารี่ตุ๊ดซีย์ หรือแม้แต่ซีรีย์วายคั่นกูก็มีตัวละครทรานส์วูแมนในลักษณะแบบเดียวกัน การทำซ้ำของสื่อเช่นนี้ เป็นเหตุให้เกิดภาพจำของทรานส์วูแมนที่ดึงเอามาจากบทบาทที่สื่อมอบให้กับทรานส์ สุดท้ายก็เป็นการเหมารวมในที่สุด

ความคาดหวังที่ทรานส์ไม่ได้หวัง จากครอบครัว เพื่อนฝูง และจากสังคมที่ทรานส์ จะถูกคาดหวังอยู่เสมอ – การเป็นทรานส์มันยาก? ถ้าหากตอบในมุมมองของผู้เขียนเองก็คงไม่ยาก แต่สำหรับสังคมแล้วมักมองว่าการเป็นทรานส์นั้นยากกว่าการเป็นหญิง ชายเสียอีก สืบเนื่องมาจากการทำซ้ำของสื่อที่ทำให้สังคมมองว่าทรานส์จะต้องสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้คน มันถูกกลั่นกลายเป็นความคาดหวังสำหรับทรานส์ หากหลายๆ ท่านได้เข้ามาในรั้วของมหาวิทยาลัยจะเห็นได้เลยว่า สันทนาการ พิธีกร ยาวไปจนถึงงานกีฬาสี ก็มักมีทรานส์วูแมนเป็นแนวหน้าเสียส่วนใหญ่ เพื่อให้เกิดการยอมรับและทำตามความคาดหวังของสังคม การเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้อาจจะช่วยทรานส์ได้ เป็นการแสดงตัวตนของตนเองแทนการบอกแบบดื้อ ว่าตัวเราเป็นทรานส์ เพราะการจะบอกว่าเราเป็นทรานส์ในสังคมที่ยังไม่เปิดกว้างมันยากมากๆ และอาจกลายเป็นปมด้อยของทรานส์วูแมน ดังนั้นการทำตามความคาดหวังย่อมเป็นเสมือนสิ่งที่ทำให้คนมองข้ามความแปลกแยกเหล่านั้นออกไป หรือไม่อย่างนั้นทรานส์ก็จะต้องทำให้ตัวเอง “สวย” ตามแบบที่สังคมคาดหวัง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เกิดการยอมรับในสังคมเท่านั้น

#HumanIsHuman การสร้างสื่อของผู้มีความหลากหลายจะต้องไม่ใช่การนำสื่อเก่ามาผลิตซ้ำ สื่อต้องตีแผ่ความเป็นเพศที่ไม่จำกัดด้วยความนิยมชมชอบในตัวของบุคลิกที่ยึดกับเพศ หรือเหมารวมว่าเพศนั้นต้องเป็นแบบนี้ เพศนี้ต้องเป็นแบบนั้น สุดท้ายการเสนอว่าเพศนี้ต้องมีบุคลิกด้านใดด้านหนึ่งไปตลอดนั้นเท่ากับการ “ตีตราทางเพศ”

อ้างอิง: https://www.youtube.com/watch?v=4aqiFH5hSIg
https://thematter.co/social/lgbt-inequality-with-krukath/48901
https://thestandard.co/science-of-good-looking-face/
https://www.amnesty.or.th/our-work/lgbt/
https://www.theguardian.com/media/2010/jul/22/gay-people-stonewall-study-tv

รูปภาพจาก : https://thematter.co/wp-content/uploads/2019/09/iStock-910636414.jpg

Follow ข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่: Home – Young Pride Club
Facebook & Instagram & Twitter: @YoungPrideClub