สรุปปาฐกถานำ “LGBTQI+ ในมุมมองสากลกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย” และเสวนา “LGBTQI+ มีพื้นที่แค่ไหนในสังคม” โดย Nitihub

by | Jun 17, 2021 | Uncategorized @th

  1. LGTBQI+ ในมุมมองสากล: ศ.กิตติคุณ วิทิต มันตาภรณ์ อาจารย์ได้รับเลือกจาก UN ในการดำเนินงานของผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านการป้องกันความรุนแรง และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศวิถีหรือัตลักษณ์ทางเพศแห่งสหประชาชาติ ตั้งแต่ปี 2017 โดยรายงาน UN ปี 2020 พูดถึง Conversion Theraphy ที่บางประเทศการเป็น LGBTQIAN+ ยังผิดกฏหมาย และบังคับให้มีการบำบัดเพื่อให้กลับไปสู่เพศตามเพศกำเนิด ประเทศไทยไม่มีกฏหมายที่มีบมลงโทษ ถืออยู่ในระดับที่ดีแต่ยังขาดกฏหมายและสวัสดิการอื่นๆ
  2. ผลกระทบของ COVID-19 ต่อ SOGIE ในรายงาน UN ปี 2021 ที่กำลังจะตามมา เน้นการปกป้อง LGBTQIAN+ จากความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวข้องกับการระบาด ผ่านการการเลือกปฏิบัติโดยตรงและอ้อม และทับซ้อนของอัตลักษณ์ เช่น การถูกมองข้าม หรือไม่มีตัวตนในการพิจารณามาตรการที่เกี่ยวกับ COVID-19 ความไม่รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ และขาดเครี่องอำนวยความสะดวกแบบเป็นการทางเพศ Gender Neutral ทำให้ LGBTQIAN+ เข้าไม่ถึงมาตรการและการเยียวยา
  3. การรับรองเพศสภาพ : รศ.ดร.มาตาลักษณ์ เสรเมธากุล ในอดีตแนวคิดทางชีววิทยา-วิทยาศาสตร์ มนุษย์ถูกกำหนดว่ามีแค่ 2 เพศ แต่ปัจจุบันแม้เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เมื่อเราเกิดมาและมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตเลือกเพศของตัวเองได้สอดคล้องกับสภาพของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปที่เพศไม่ได้มีเพียงสองเพศอีกต่อไป ก่อนหน้านี้นักกฎหมายใช้กรอบความคิดตัดสินคนด้วยสองเพศ แต่ปัจจุบันจากการศึกษา 4 ทวีป 14 ประเทศ พบหลักเกณฑ์ในการรับรองเพศสภาพระบุไว้อย่างชัดเจน นักวิจัยมองว่าจะดีกว่ามั้ยถ้าประเทศไทยมี “ข้อกฎหมาย” รับรอง-คุ้มครอง เพศสภาพใหม่ที่ต่างจากเพศกำเนิด ที่มาจากสิทธิ์ในการเลือกเพศและการใช้ชีวิต
  4. การรับรองเพศสภาพ Gender X : ส.ส.ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ พรรคก้าวไกล เสนอการรับรองเพศสภาพ อีกแนวทางคือการเสนอให้มี Gender X สำหรับ LGBTQIAN+ ซึ่งกำลังรอวาระอยู่ในสภา
  5. เสริมการรับรองเพศ : อ.อัครวัฒน์ เลาวัณย์ศิริ บางครั้งประชาชนอาจจะเข้าใจว่าหากรับรองเพศไปแล้ว จะกระทบระบบกฎหมายครอบครัวทั้งหมด เช่น LGBTQIAN+ จากชายเป็นหญิงได้ ก็จะสามารถแต่งงานและได้สิทธิ์ในการจดทะเบียนสมรสหรือการรับรองฐานะครอบครัวทั้งหมด ซึ่งการร่างหรือแก้กฎหมายที่เชื่อมโยงกับกฎหมายหลายระบบ แต่ใสนความจริงจะต้องมีการดำเนินการเป็นขั้นๆ ไป ต่อให้ได้ ถึงแม้จะมีพรบ. คู่ชีวิตหรือสมรสเท่าเทียมแล้ว ยังมีกระบวนการทำงานอีกเยอะมาก
  6. พรบ.คู่ชีวิต : อ.อัครวัฒน์ เลาวัณย์ศิริ 2-3 ปีที่แล้ว อาจารย์เข้าฐานะที่เป็นผู้รับจ้างของ UNDP ในการรเริ่มต้นร่าง พรบ.คู่ชีวิต ซึ่งร่างแรกเป็นร่างที่ทำขึ้นจากการเปรียบเทียมกฎหมายประมาณ 15-16 ประเทศโดยหาจุดที่ดี่สุดของกฎหมายในแต่ละประเทศมาสร้างเป็นโมเดลของประเทศไทย เป็นร่างอัมพวาที่เป็นร่างที่ดีในระดับหนึ่ง เช่น สถานะครอบครัวระหว่างจดทะเบียนคู่ชีวิตขึ้นมา ซึ่งถูกนำมาใช้ใน พรบ.คู่ชีวิต ปัจจุบันแม้จะมีการปรับเปลี่ยนจนมาถึงกฤษฎีกาและอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว กฎหมายอาจจะไม่ได้เต็มส่วน อาจมีการตัดบางส่วนออกบ้าง แต่ทีมทุกคนยังต้องผลักกันอย่างเต็มที่ ปรับปรุงกันต่อได้ หลังจากพรบ. ที่อนุมัติสมบูรณ์
  7. สมรสเท่าเทียม: ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมรสเท่าเทียมเป็นอีกแนวทางในการคุ้มครองสิทธิ์ ศักดิ์ศรี และสวัสดิการ การสร้างครอบครัว ประกอบไปด้วย เปลี่ยนคำว่าชาย-หญิงเป็นบุคคล สามี-ภรรยา เป็นคู่สมรส เปลี่ยนจากผู้สมรสอายุ 17 เป็น 18 ปี เปลี่ยนจากชาย-หญิงหมั้นกัน เป็นผู้หมั้น-ผู้รับหมั้น คำว่าคู่สมรสเป็นคำที่ถูกบัญญัติในหลายๆ กฎหมาย เมื่อเราแก้ประมวลแพ่งฯ จะส่งผลต่อกฎหมายอื่นๆ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบิดา-มารดา อย่างไรก็ตามต้องขับเคลื่อนในขั้นต่อไป
  8. สมรสเท่าเทียม ตอนนี้ถูกบรรจุในการประชุมสภาแล้วภายในปี 64 หรือต้นปี 65 ซึ่งสมรสเท่าเทียมเป็นเรื่องค้างพิจารณาลำดับที่ 5.26 ครูธัญได้คุยกับทุกพรรคจริงๆ หากถึงเวลาโหวตในสภาเพื่อชี้ถึงสาระสำคัญว่าเรื่อง LGBTQIAN+ ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของทุกคนจริงๆ
  9. LGTBIQ+ ยอมรับแค่เปลือก: พี่ต้น ศิริศักดิ์ ไชยเทศ มีแค่พื้นที่ในด้านการแสดงออกและมีตัวตน แต่การรับรองคุณภาพชีวิตในเชิงกฎหมาย ไม่มีอะไรเลย ทั้งสมรสเท่าเทียม พรบ. รับรองเพศสภาพหรือกาชาดไม่รับบริจาคเลือด และการให้ฮอร์โมนแก่คนข้ามเพศในเรือนจำ แม้กระทั่งบางองค์กร สถาบันการศึกษาไม่รับ LGBTQIAN+ หรือการประเมินภายในและการแต่งกายตามเพศสภาพที่ต้องขออนุญาตให้เซ็นรับรอง
  10. เรียกร้องกันมากไปรึเปล่า : อ.เคท ครั้งพิบูลย์ สังคมยังยอมรับแบบ LGBTQIAN+ ต้องเป็นคนดี หรือมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่ได้ยอมรับลักษณะที่หลากหลาย หรือมิติเพศสภาพอย่างแท้จริง หลายคนมักจะพูดว่าสิ่งที่เรากำลังทำนั้น “เรียกร้องกันมากไปรึเปล่า?” ซึ่งบางคนอาจจะต้องใช้เวลา และทำความเข้าใจแก้ขปัญหาแบบ Case by Case แต่จริงๆแล้ว มันรอไม่ได้ เพราะกฎหมายการแต่งงาน การรับรองเพศสภาพ และคำนำหน้านาม เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงกันมาตลอด

อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/WeareNitihub/videos/482472269676812

Follow ข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่: https://youngprideclub.com/
Facebook & Instagram & Twitter: @YoungPrideClub