ครอบครัวของเด็กผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ยื่นฟ้องผู้บริหารโรงเรียน ว่าเพิกเฉยต่อการที่เด็กในโรงเรียนถูกกลั่นแกล้งจนนำมาซึ่งการล่วงลับของเด็กคนหนึ่ง

by | May 19, 2021 | Society, Uncategorized @th

ครอบครัวของเด็กผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ยื่นฟ้องผู้บริหารโรงเรียน ว่าเพิกเฉยต่อการที่เด็กในโรงเรียนถูกกลั่นแกล้งจนนำมาซึ่งการล่วงลับของเด็กคนหนึ่ง
.
ผ่านมากว่า 2 ปีแล้วหลังจากการเสียชีวิตของเด็กชายวัย 15 ปี ไนเจล เชลบี้ ที่เป็นคดีเสทือนขวัญไปทั่วสหรัฐ เพราะนี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตายที่ดูธรรมดา แต่ดูเหมือนว่า มันจะมีสาเหตุมาจากการการมีอคติทางเพศและเชื้อชาติที่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังในสหรัฐอเมริกาจนถึงทุกวันนี้
.
ไนเจล เป็นเด็กชายวัย 15 ปี เกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2547 เป็นบุตรของคาร์มิกา เชลบี้และแพทริก ครู๊ซ สำหรับในโรงเรียน Huntsville High School ที่เขาอยู่ ไนเจลถือเป็นคนพูดเก่ง เฉลียวฉลาดและมีเพื่อนมากมายเลยทีเดียว
.
แต่ทว่าสังคมในโรงเรียน ส่วนใหญ่แล้วมีตัวดีก็มักมีตัวร้ายเสมอ ซึ่งไนเจลเองก็มักจะถูกกลั่นแกล้งและถูกบูลลี่อยู่บ่อนยครั้ง ทั้งการพูดจาเสียดสี หรือสาดความเกลียดชังมายังไนเจล จนทำให้เด็กคนหนึ่ง ต้องหาที่พึ่งทางใจ เพื่อระบายปัญหาของเขา ซึ่งในเจลก็เลือกที่จะเข้าไปปรึกษากับโจ สแตฟฟอร์ด ครูใหญ่ประจำโรงเรียนอยู่เสมอ
.
หลายๆ คนอาจจะคาดหวังให้คุณครูเป็นผู้ชี้แนะแนวทางหรือคนแก้ปัญหาให้ แต่สำหรับไนเจล การปรึกษากับครูใหญ่คนนี้กลับกลายเป็นการสร้างความตึงเครียดให้กับตัวเขาเอง ด้วยคำพูดของครูใหญ่ที่นอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาหรือรับฟังแล้ว ยังกลับซ้ำเติม และผลักไสไนเจลอีก
.
พฤติกรรมสแตฟฟอร์ดนั้นดูเหมือนจะเป็นการเพิ่มไฟในใจของไนเจลขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการพูดเหยียดหยาม ทั้งยังไม่สนับสนุนรสนิยมทางเพศของไนเจลที่ต้องการจะเป็นเกย์ มีครั้งหนึ่งที่ไนเจลต้องการคำปรึกษาจากครูใหญ่ใจโหดคนนี้ จึงได้เข้าไปในห้องเพื่อขอคำปรึกษา แต่สแตฟฟอร์ดได้ตั้งเงื่อนไขให้การร้องขอของไนเจล โดยการบอกกับไนเจลว่า ถ้าเกิดนาฬิกาทรายเรือนนั้นทำงานครบ 1 รอบจึงจะอนุญาติให้ไนเจลพูดได้ แต่ทันทีที่นาฬิกาทรายกำลังจะครบรอบเวลา สแตฟฟอร์ดกลับพลิกนาฬิกาทรายให้เริ่มทำงานใหม่อีกครั้ง นั่นแปลว่าเขาล้อเลียนไนเจลและไม่ต้องการให้ไนเจลพูดอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงเท่านั้น ยังสร้างความอับอายให้ไนเจลโดยการบอกให้นักเรียนคนอื่นๆ รวมทั้งไนเจลเต้นรำในบทเพลงของคนผิวดำ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานของเธอ แต่ในทางตรงกันข้ามมันกลับสร้างความอับอายให้กับไนเจล
.
ไม่นานนักเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อพบว่าไนเจลนั้นเสียชีวิตไปแล้วจากการฆ่าตัวตายเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 โดยมีสาเหตุมาจากการฆ่าตัวตาย ท่ามกลางความเศร้าโศกของครอบครัวสแตฟฟอร์ดที่มีฐานะเป็นครูใหญ่ของโรงเรียน Huntsville High School กลับไม่ได้ให้กำลังใหรือโทรมาแสดงความเสียใจกับครอบครัวแต่อย่างใด แต่กลับโทรมาถามครอบครัวเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากไนเจลเสียชีวิตว่า “พบจดหมายลาตายในกระเป๋าของไนเจลหรือเปล่า” ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นว่า แม้จริงแล้ว สแตฟฟอร์ดอาจจะรู้อยู่แล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น นั่นจึงนำมาสู่การฟ้องร้องกันระหว่างครอบครัวทนายความด้านสิทธิมนุษยชนกับโรงเรียนขึ้น
.
เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่ครอบครัวเชลบี้ ต้องต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับไนเจล ลูกของเขาที่ต้องตกเป็นเหยื่อของการเหยียดเพศและสีผิว ที่พาให้ต้องแลกด้วยชีวิตเพื่อหนีจากนรกที่มองไม่เห็นในโรงเรียน ซึ่งแน่นอนว่าครอบครัวเชลบี้ไม่ได้เดินต่อสู้เพียงคนเดียว แต่ยังมีคนอีกมากมายที่พร้อมต่อสู้ไปด้วยกันกับเขา
.
“การอคติทางเชื้อชาติและทางเพศในโรงเรียนมีความสำคัญพอๆ กับกับการต่อสู้อคติของตำรวจสหรัฐ” ครัมซ์(ผู้เคยเป็นตัวแทนต่อสู้ในคดีสะเทือนโลกอย่างจอร์จ ฟลอยด์)กล่าว
.
ในขณะเดียวกันในปี 2018 การฆ่าตัวตายกลายเป็นสาเหตุการตายอันดับสองของเด็กผิวดำอายุประมาณ 10-14 ปีและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสามในวัยรุ่นผิวดำอายุ 15-19 ปี ซึ่งในจำนวนนี้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมีโอกาสมากกว่า 5 เท่าของโอกาสในการฆ่าตัวตายมากกว่ากลุ่มคนที่เป็นเพศหญิง-ชายอีกด้วย

อ้างอิง : https://www.nbcnews.com/feature/nbc-out/parents-gay-teen-who-died-suicide-sue-school-district-ignoring-n1263957
รูปภาพจาก : https://www.nbcnews.com/feature/nbc-out/mother-gay-alabama-teen-who-died-suicide-claims-his-school-n1016796