ผู้บริหารคณวิจิตรศิลป์สั่งเก็บงานศิลปะนักศึกษา

by | Apr 15, 2021 | Advocacy

Quest : “ศิลปะไม่ได้เป็นเจ้านายใคร และศิลปะไม่ได้เป็นขี้ข้าใคร”
.
คำกล่าวของอใทัศนัย ต่อกลุ่มผู้บริหารช่วงหนึ่งที่ได้เข้ามาลักลอบเก็บผลงานศิลปะของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อย่างไม่ทราบสาเหตุ ประกอบด้วย ปกรภัทร์ จันทะไข่สร (รองคณบดีฝ่ายบริหาร) , พงษ์ศิริ คิดดี (รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพนักศึกษา) , สุลาลักษณ์ ขาวผ่อง (เลขานุการคณะวิจิตรศิลป์) รวมทั้งไชยันตร์ โคมแก้ว (เจ้าหน้าที่หอศิลป์ มช. – นักช่างศิลป์) ซึ่งมีลักษณะพฤติกรรมรื้อค้นงานศิลปะของนักศึกษาและนำขึ้นรถ
.
โดยผลงานศิลปะชุดดังกล่าวเป็นผลงานเสียดสีทางการเมือง ซึ่งจัดทำขึ้นให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับศพผู้ลี้ภัยที่ถูกพบริมแม่น้ำโขงของจังหวัดมุกดาหาร เป็นประเภทศิลปะการจัดวางหรือ Installation Art ในวันที่ 20 ตุลาคม 2559
.
จนกระทั่งเมื่อเวลา 14:00 น. ได้มีกลุ่มเจ้าหน้าที่รวมทั้งคณบริหารเข้ามายังพื้นที่ที่จัดวางผลงานศิลปะของนักศึกษา และมีพฤติกรรมรื้อข้าวของ โดยมีการเก็บชิ้นงานศิลปะของนักศึกษาเข้าไปไว้ในรถกระบะที่ตนนำมา ซึ่งทางนักศึกษาในบริเวณนั้นได้มีการซักถามถึงเหตุผลของการเคลื่อนย้าย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด
.
ต่อมา เมื่อคำถามของผู้เป็นเจ้าของงานศิลปะไม่ได้รับคำตอบจากผู้ที่มารื้อค้น นักศึกษาจึงทำการนอนขวางเส้นทางเดินรถของเจ้าหน้าที่และผู้บริหารระดับสูงเพื่อขัดขวางการขนย้ายงานศิลปะของพวกเขาออกจากพื้นที่ ในขณะเดียวกันได้มีอาจารย์ทัศนัย เศรฐศิริ จากภาควิชามีเดียอาร์ต เข้ามาไกล่เกลี่ยและตั้งข้อสงสัยถึงการขนย้ายผลงานศิลปะของนักศึกษา
.
“พวกคุณสอนศิลปะหรือเปล่า เป็นศิลปินกันหรือเปล่า น้องพวกนี้ก็เป็นลูกศิษย์ของคุณหรือเปล่า เป็นศิลปินต้องไม่เป็นขี้ข้าใคร” อ.ทัศนัยกล่าว
.
เมื่อสอบถามถึงสาเหตุที่เข้ามาเก็บผลงานศิลปะ ก็ได้รับคำตอบจากกลุ่มผู้บริหารว่า พวกเขาได้เข้ามาทำความสะอาดเป็นปกติ อ.ทัศนัยจึงต้องข้อสังเกตุอีกว่า นักศึกษาเพิ่งจะจัดแสดงผลงานวิทยานิพนธ์เสร็จ และบางวิชานั้นก็ยังไม่ได้เปิดสอนนักศึกษายังคงทำงานกันอยู่การทำความสะอาดจึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น
.
สุดท้ายทงานศิลปะทั้งหมดก็ถูกคืนให้กับนักศึกษา โดยการกล่าวอ้างของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เพียงแค่ว่า เข้าใจผิดคิดว่าเป็นขยะจึงเก็บไปเพียงเท่านั้น ซึ่งต่อมาทางสภานักศึกษา มช. ได้ทำการเขียนจดหมายถึง อธิการบดีและมีการตั้งข้อซักถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันนักศึกษาผู้เป็นเจ้าของผลงานศิลปะชิ้นดังกล่าวก็ได้ทำการแจ้งความในข้อหาลักทรัพย์กับเจ้าหน้าที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
.
“ศิลปะอับอายมามากพอแล้ว เพราะคนไม่รักเสรีภาพแบบนี้” การกระทำดังกล่าวถือเป็นการปิดกั้นเสรีภาพของความคิดที่แสดงออกมาในรูปแบบของผลงานศิลปะ
“ศิลปะควรมาจาก ความคิดของผู้สร้าง ไม่ใช่ความคิดของผู้มอง”
.
อ้างอิง : https://www.thairath.co.th/content/759341
https://www.voicetv.co.th/read/5NPiG4_TA?fbclid=IwAR2gN1u6yYUc-9pGbh0sgVPIv8BINlffLacHKwBWDuSchqLJApJgWs64_Bs
Follow ข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่: https://youngprideclub.com/
Facebook & Instagram & Twitter: @YoungPrideClub