รัฐบาลกัมพูชาลงดาบ ห้ามผู้หญิงนุ่งสั้น โชว์หวิวจนเกินงาม

61 อ่านแล้ว

เอะอะ ๆ ก็โป๊
.
ในขณะที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกในบ้านเรากำลังเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน แต่ดูเหมือนว่าประเทศกัมพูชากำลังลิดรอนสิทธิเสรีภาพในเรือนร่างของประชาชน เมื่อคณะรัฐมนตรีเตรียมร่างกฎหมายเบรกผู้ชายที่ไม่สวมเสื้อออกนอกเคหะสถาน และผู้หญิงที่สวมใส่กระโปรงสั้นหรือเสื้อผ้าซีทรู เพื่อรักษากรอบประเพณีอันดีงาม และลดปัญหาอาชญากรรมความรุนแรงทางเพศ ที่เกิดจากการที่เหยื่อแต่งกายล่อแหลม
.
จากการประกาศร่างกฎหมายฉบับนี้จึงเกิดเสียงวิจารณ์ถึงความหวั่นเกรงที่กฎหมายนี้จะเป็นการควบคุมและกดขี่ผู้หญิงให้อยู่ภายใต้กรอบประเพณีของสังคม โดยกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในปีถัดไป หากได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการอนุรักษ์ขนบประเพณีแห่งชาติไว้ ที่ต้องแลกมากับสิทธิเสรีภาพในเรือนร่างของมนุษยชน
.
โดย Chak Sopheap กรรมการบริหารมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ได้กล่าวถึงมุมมองที่รัฐห้ามประชาชนแต่งกายไม่เหมาะสมในครั้งนี้ว่า “หลายเดือนที่ผ่านมา เราเห็นตำรวจคอยตรวจตราการแต่งกายของผู้หญิง ซึ่งมาจากอำนาจของรัฐบาล เหมือนเป็นการดูแคลนสิทธิในเรือนร่างและเสรีภาพในการแสดงออก รวมไปถึงการกล่าวหาว่าผู้หญิงเป็นต้นเหตุของความรุนแรงทางเพศอีกด้วย
.
อย่างไรก็ตาม Ouk Kimlekh ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงการออกกฎหมายห้ามแต่งตัวโป๊ เพื่อรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมไว้ “เป็นเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน ที่ประชาชนจะแต่งกายสุภาพ โดยไม่สวมกระโปรงสั้น หรือเสื้อผ้ารัดรูปจนเกินไป ซึ่งมันไม่สำคัญว่าจะเป็นคำสั่งจากภาครัฐหรืออะไรทั้งนั้น แต่มันคือข้อพึงปฏิบัติทางประเพณี”
.
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีหญิงสาวถูกลงโทษจำคุก 6 เดือน ข้อหาแต่งกายอนาจาร หลังจากที่เธอเพิกเฉยต่อคำเตือนจากรัฐบาล ขณะที่เธอนุ่งน้อยห่มน้อยขายเสื้อผ้าและเครื่องสำอางลงเฟซบุ๊กไลฟ์ โดยก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี Hun Sen ได้เรียกเจ้าหน้าที่ให้จับกุมผู้หญิงที่แต่งกายยั่วยุทางเพศ ซึ่งเขากล่าวว่ามันเป็นการทำให้วัฒนธรรมแปดเปื้อนและส่งเสริมการล่วงละเมิดทางเพศ
.
ในเรื่องนี้ Ming Yu Hah ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก ได้แสดงความเห็นว่า “การตำหนิทางเลือกในการแต่งกายของผู้หญิง เพื่อกล่าวหาว่าพวกเธอจะได้รับอันตรายจากความรุนแรงทางเพศ นั่นก็ไม่ต่างจากการคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงในความสัมพันธ์โดยที่ผู้กระทำไม่ต้องรับผิดใด ๆ เลย”
.
ที่ผ่านมาชาวกัมพูชายังคาดหวังว่าผู้หญิงจะเป็นเพศที่ว่านอนสอนง่าย ซึ่งราวศตวรรษจนถึงปี 2007 โรงเรียนมักสอนให้ผู้หญิงเชื่อฟังและสร้างเงื่อนไขในการแสดงออกของตัวเอง ที่ดูเหมือนว่ากรอบในเชิงวัฒนธรรมยุคปัจจุบันกำลังบีบบังคับพวกเธอให้กลับสู่รากเหง้าทางวัฒนธรรมเช่นเดิม
.
โดย Nomy Wich Viva
.
อ้างอิง:

YoungPrideClub #StopTooShortSkirt #PreserveTraditions #SexualAbuse

Leave a Reply

%d bloggers like this: