พลิกประวัติศาสตร์! สันนิฐานพบชายรักชาย หรือ คนข้ามเพศ จากหลักฐานทางโบราณคดีล้ำค่าของปอมเปอี

380 อ่านแล้ว

พลิกประวัติศาสตร์! สันนิฐานพบชายรักชาย หรือ คนข้ามเพศ จากหลักฐานทางโบราณคดีล้ำค่าของปอมเปอี

.

ปอมเปอี เคยเป็นเมืองหนึ่งในจักรวรรดิโรมันที่ถูกฝังกลบใต้ลาวาภูเขาไฟในปี ค.ศ. 79 และเนื่องจากมีมนุษย์และตัวเมืองถูกกลบภายใต้ลาวาจนเกิดเป็นสมบัติทางโบราณคดีอันล้ำค่าของประวัติศาสตร์โรมัน

.

หนึ่งในมนุษย์ที่ถูกกลบไว้คือร่างทั้งสองของอิสตรีนี้ซึ่งเป็นร่างที่จับมือกันไว้และคนหนึ่งวางหัวไว้ตรงอกของอีกคน โดยก่อนหน้านี้มีการสันนิษฐานว่าเป็นร่างของหญิงสาวสองคน จึงได้ขนานนามว่า “The Two Maidens” แต่รายงานการตรวจสอบ DNA ล่าสุดพบว่าทั้งสองเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด จึงทำให้มีคนเสนอแนวคิดที่ว่าทั้งสองอาจจะเป็นคู่รักกัน

.

อย่างไรบทความวิจัยไม่ได้ระบุถึงเพศที่แท้จริงของทั้งสอง

.

ศาสตราจารย์ Stefano Vanacore หัวหน้าศุนย์วิจัยได้ชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าใจคือ ทำไมเราถึงเห็นผู้หญิงสองในอริยาบทจับมือกันเป็นไปในทางเพื่อนมากกว่าทางชู้สาว แต่เมื่อเป็นผู้ชายเราถึงมองว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงเพศมากกว่า

.

แนวคิดแบบนี้สะท้อนสังคมในปัจจุบันที่มองการจับมือกันของผู้ชายเกิดขึ้นเฉพาะในสังคมเกย์และในความสัมพันธ์เชิงเพศเท่านั้น ทำให้การสัมผัสกันแบบเพื่อนของชายถูกกดทับเอาไว้และอนุมานว่ามันไม่มีวันเกิดขึ้น

.

นอกจากนี้ ยังมีอีกความเห็นว่า การค้นพบท DNA ของทั้งสองเป็นเพศชาย แต่มีร่างกายคล้ายหญิงอาจจะเป็นไปได้ว่าทั้งสองอาจจะมีการแสดงออกทางเพศเป็นหญิง หรือ สาวข้ามเพศ ก็เป็นได้

.

ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าชุมชน LGBTQ+ ที่สังคมมักจะมองว่าเป็นการปรากฏตัวของกลุ่มคนใหม่ๆ แท้จริงแล้วพวกเขาอาจจะมีตัวตนมานานแล้ว แต่เพียงถูกอะไรบางอย่างในช่วงนึงของประวัติศาสตร์ทำให้พวกเขาถูกละเลย และเลือนลางไป

.

โดย Alex Bollinger

.

อ้างอิง: https://www.lgbtqnation.com/2017/04/two-maidens-pompeii-male-dna-now-gay-lovers/

Follow ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่: http://youngprideclub.com/

Facebook & Instagram & Twitter: @YoungPrideClub

#YoungPrideClub #Pompeii #TheTwoMaidens

Leave a Reply

%d bloggers like this: